วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2552

คุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาต/ผู้ขอรับการจดทะเบียน

ระบบใบอนุญาต


ในปัจจุบันผู้ที่สนใจสามารถยื่นขอรับใบอนุญาตเพื่อประกอบธุรกิจการเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้เพียงประเภทเดียว โดยจะต้องได้รับใบอนุญาตจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทั้งนี้ ผู้ได้รับใบอนุญาตจะสามารถประกอบธุรกิจดังกล่าวทั้งในและนอกศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ศูนย์ซื้อขายสัญญาฯ) โดยกรณีการประกอบธุรกิจนอกศูนย์ซื้อขายสัญญาฯ จะสามารถกระทำได้เฉพาะกับผู้ลงทุนสถาบันเท่านั้น

ผู้ที่จะสามารถยื่นขอรับใบอนุญาตเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าจะต้องเป็นนิติบุคคลดังต่อไปนี้ (ประกาศ กธ. 56/2547)

(1) บริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตเป็นนายหน้าหรือผู้ค้าหลักทรัพย์ที่มิได้จำกัดเฉพาะหลักทรัพย์อันเป็นตราสารแห่งหนี้หรือหน่วยลงทุน ภายใต้ พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ) (ต้องได้รับความเห็นชอบให้ประกอบธุรกิจอื่นภายใต้มาตรา 98(8) แห่ง พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ ก่อน)
(2) นิติบุคคลที่จัดตั้งใหม่และมีบริษัทหลักทรัพย์รายใดรายหนึ่งข้างต้นถือหุ้นไม่น้อยกว่า 75%
(3) นิติบุคคลที่จัดตั้งใหม่และมีธนาคารพาณิชย์รายใดรายหนึ่งถือหุ้นไม่น้อยกว่า 75%

นอกจากนี้ผู้ยื่นขอรับใบอนุญาตจะต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนด ดังนี้ (ประกาศ กธ. 56/2547)

ก) มีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระแล้วไม่น้อยกว่า 25 ล้านบาท
ข) แสดงได้ว่าสามารถดำรงเงินกองทุนได้ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด
ค) มีความพร้อมและความเหมาะสมของระบบงานด้านปฏิบัติการและระบบการควบคุมต่างๆ รวมถึงมีมาตรการในการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์และการบริหารความเสี่ยง
ง) แสดงได้ว่ามีผู้บริหารและผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (> 10%) ที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม


ระบบการรับจดทะเบียน

ในปัจจุบันผู้ที่สนใจสามารถยื่นขอรับการจดทะเบียนเพื่อประกอบธุรกิจได้ 2 ประเภท ได้แก่ การเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และผู้ค้าสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยจะต้องได้รับการจดทะเบียนกับสำนักงาน ทั้งนี้ ผู้ได้รับการจดทะเบียนจะสามารถประกอบธุรกิจดังกล่าวได้เฉพาะกับนักลงทุนสถาบันที่ประกาศกำหนดไว้ใน พ.ร.บ.สัญญาซื้อขายล่วงหน้าหรือที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดภายหลัง ซึ่งเป็นการซื้อขายนอกศูนย์ซื้อขายสัญญาฯ เท่านั้น โดยหากต้องการขยายการประกอบธุรกิจการเป็นตัวแทนฯ ไปยังกลุ่มลูกค้ารายย่อยหรือประชาชนทั่วไปภายในศูนย์ซื้อขายสัญญาฯ จะต้องยื่นขอใบอนุญาตเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาฯ ภายใต้ พ.ร.บ.สัญญาซื้อขายล่วงหน้าอีกประเภทหนึ่งด้วย

ผู้ที่สามารถยื่นขอรับจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า มีดังนี้ (ประกาศ กธ. 7/2547)

(1) ธนาคารพาณิชย์
(2) บริษัทเงินทุน
(3) บริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์หรือค้าหลักทรัพย์ที่มิได้จำกัดเฉพาะหลักทรัพย์อันเป็นตราสารแห่งหนี้ ภายใต้ พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ (ต้องได้รับความเห็นชอบให้ประกอบธุรกิจอื่นภายใต้มาตรา 98(8) แห่ง พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ ก่อน)
(4) บริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตประเภทการให้สินเชื่อเพื่อธุรกิจหลักทรัพย์ (ต้องได้รับความเห็นชอบให้ประกอบธุรกิจอื่นภายใต้มาตรา 98(8) แห่ง พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ ก่อน)
(5) นิติบุคคลต่างประเทศที่เป็นผู้ค้าสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในประเทศนั้นๆ (เฉพาะกรณีการยื่นขอรับการจดทะเบียนเป็นผู้ค้าสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากับสำนักงาน)


ทั้งนี้ ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน หรือบริษัทหลักทรัพย์ที่ยื่นคำขอจะต้องแสดงได้ว่า 1) จะมีระบบป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (conflict of interest) และการล่วงรู้ข้อมูลภายใน (insider trading) ที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งมีระบบกำกับดูแลการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามระบบดังกล่าว และ 2) สามารถดำรงเงินกองทุนและกันเงินทุนสำรอง (กรณีธนาคารพาณิชย์และบริษัทเงินทุน) หรือดำรงเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิ (กรณีบริษัทหลักทรัพย์) ได้ตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายที่ควบคุมการประกอบธุรกิจของนิติบุคคลนั้น นอกจากนี้ หากผู้ยื่นคำขอเป็นธนาคารพาณิชย์และบริษัทเงินทุน จะต้องได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าจากหน่วยงานหลักที่กำกับดูแล ( เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือกระทรวงการคลัง) ก่อน และในกรณีบริษัทหลักทรัพย์ จะต้องมีนโยบายและมาตรการในการควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยง รวมทั้งมีระบบกำกับดูแลการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามนโยบายหรือมาตรการดังกล่าว

สำหรับ ผู้ค้าสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่เป็นนิติบุคคลต่างประเทศ สำนักงาน ก.ล.ต. จะรับจดทะเบียนเมื่อหลักเกณฑ์การกำกับดูแลนิติบุคคลของประเทศนั้นเป็น มาตรฐานเดียวกันหรือมีมาตรฐานสูงกว่ามาตรฐานของประเทศไทย และนิติบุคคลดังกล่าวต้องไม่อยู่ระหว่างถูกจำกัดหรือถูกสั่งพักการประกอบ ธุรกิจเป็นผู้ค้าสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในประเทศที่นิติบุคคลนั้นจัดตั้งขึ้น

ระบบการรับจดทะเบียน

1) ความรับผิดชอบทางการเงิน(Financial Responsibility Rules)(ประกาศ กธ. 15/2547)

1.1 เกณฑ์การดำรงเงินกองทุนและกันเงินสำรอง (Capital & Reserve)

ผู้ได้รับการจดทะเบียนต้องดำรงเงินกองทุนและกันเงินสำรองตามหลักเกณฑ์ที่หน่วยงานกำกับดูแลหลักกำหนด และหากไม่สามารถดำรงเงินกองทุนหรือกันเงินสำรองตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวได้จะต้องแจ้งให้สำนักงานทราบโดยทันที

1.2 เกณฑ์เกี่ยวกับการจัดเก็บเอกสารหลักฐาน (Books & Records Requirements)

ต้องมีระบบการจัดเก็บข้อมูลการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ทั้งที่เป็นข้อมูลเอกสารและข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ให้มีความถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน โดยจะต้องมีการจัดเก็บข้อมูลอย่างน้อย 5 ปี รวมทั้งต้องมีระบบการรักษาความปลอดภัยในการเข้าถึงข้อมูลของลูกค้า

2) การกำกับดูแลการประกอบธุรกิจ(Conduct Regulations)(ประกาศ กธ. 15/2547)

2.1 การกระทำในลักษณะที่เป็นการเอาเปรียบ เบียดบัง หรือแสวงหาประโยชน์โดยไม่ชอบจากลูกค้า (Anti-fraud Provisions)

ต้องไม่ให้คำแนะนำหรือข้อมูลที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด หรือปกปิดข้อมูลอันเป็นสาระสำคัญแก่ลูกค้า

ต้องมีมาตรการในการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์และการรักษาความลับของลูกค้า

2.2 เกณฑ์อื่น

ต้องจัดให้มีระบบการกำกับดูแลการปฏิบัติงานและการควบคุมภายในที่มีมาตรฐาน

อย่าง ไรก็ดี นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศที่ประสงค์จะขอจดทะเบียนเป็นผู้ ค้าสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเฉพาะธุรกรรมนอกศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าจะ ต้องมีคุณสมบัติและปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดข้างต้น รวมทั้งต้องแจ้งสำนักงานโดยทันทีด้วยเมื่อเกิดเหตุการณ์ตามที่กำหนดในประกาศ กธ. 15/2547 ทั้งนี้ สำนักงานอาจสั่งพักการประกอบธุรกิจของนิติบุคคลดังกล่าวหรือดำเนินการอื่นใดก็ได้ตามความเหมาะสม

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น